สมัครหวยออนไลน์

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อึ้ง! เครื่องบินชนนกจนเป็นรู โชคดีลงจอดปลอดภัย


 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ รายงานว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ประสบอุบัติเหตุชนกับนกเข้าอย่างจัง จนจมูกเครื่องเกิดรอยขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ กัปตันสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

         รายงานระบุว่า ระหว่างที่เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ 1475 ได้เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติดัลลัส-ฟอร์ตเวิร์ธ และขณะกำลังลดระดับเตรียมลงที่เดนเวอร์ เวลาประมาณ 9.00 น.ของวันอังคาร (31 กรกฎาคม) ตามเวลาท้องถิ่น ก็เกิดชนเข้ากับนกจนทำให้บริเวณจมูกเครื่องบินเป็นรอยแตก และเกิดรูขนาดใหญ่ สำหรับนกเคราะห์ร้ายตัวดังกล่าวขณะนี้ ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับการรักษาจากเจ้าหน้าที่ในท่าอากาศยาน หลังจากนั้นจะส่งให้ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันสมิธโซเนียน ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อวิเคราะห์ว่านกตัวดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ใด

         ทางด้าน คริสเทน เดวิด โฆษกของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ชี้แจงว่าผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 151 คนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บใด ๆ ขณะที่สำนักข่าวท้องถิ่นระบุว่าคณะกรรมการความปลอดภัยทางคมนาคมแห่งชาติ สหรัฐฯ (NTSB) จะเข้าสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้ว่าลักษณะของรอยแผลของเครื่องเหมือนกับกรณีอื่น ๆที่เครื่องบินชนเข้ากับนก
      
         ขณะที่ นายสตีฟ โคเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน บอกว่า เหตุการณ์นี้พบเห็นไม่บ่อยครั้งนัก เนื่องจากจมูกเครื่องบินถือเป็นจุด ๆ หนึ่งที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดสำหรับโอกาสที่จะชนเข้ากับนกที่มีน้ำหนัก 4 ปอนด์ (1.8 กิโลกรัม) โดยมันไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ และก็ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบลงจอดใด ๆ ผู้โดยสารเองก็ไม่รับรู้ถึงการชนกัน มีเพียงกัปตันเท่านั้นที่ได้ยินเสียงนกกระแทกเข้ากับจมูกเครื่อง

ระเบิดศึกชิงนาง โจ๋สวีเดนแทงพรุนน.ศ.หนุ่มไทยตายคาโรงแรมสระแก้ว




โจ๋สวีเดนฆ่าหนุ่มไทยครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 3 ส.ค. ร.ต.ท.ธรรมนูญ ภูเดช ร้อยเวร สภ.เมืองสระแก้ว รับแจ้งเหตุฆ่ากันในโรงแรมจันทรา อ.เมืองสระแก้ว จึงรายงานผู้บังคับบัญชานำกำลังเดินทางไปตรวจสอบพบศพนายวสันต์ หรือหนึ่ง นาสืบ อายุ 18 ปี นักศึกษาปี 1 คณะสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นอนตายอยู่หน้าบันไดโรงแรม สวมเสื้อยืดสีชมพู แจ๊กเกตดำ และกางเกงขาสั้นสีเทา ถูกแทงเข้าตามร่างกายหลายแห่ง ส่วนคนร้ายทราบว่าอยู่ในห้องพักเลขที่ 101

 เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปในห้องพบนายโจนิส มาห์มุด อายุ 18 ปี ชาวสวีเดนในสภาพคอเสื้อฉีกขาด มีร่องรอยผ่านการต่อสู้ นั่งซึมอยู่ในห้องพร้อมกับน.ส.จีรนันท์ ตาทอง อายุ 18 ปี แฟนสาว พบกองเลือดจำนวนมากในห้องและมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้วเปื้อนเลือดตกอยู่ จึงพาทั้ง 2 คนมาที่โรงพักและติดต่อล่ามชาวสวีเดนมาสอบปากคำ เบื้องต้นนายโจนิสสารภาพว่าเป็นคนสังหารนายวสันต์ แต่เป็นการป้องกันตัว

 น.ส.จีรนันท์ ต้นเรื่องของเหตุการณ์ทั้งหมดให้การว่า เป็นชาว จ.สระแก้ว ต่อมาตามแม่เดินทางไปอยู่ประเทศสวีเดน กระทั่งคบหาเป็นแฟนกับนายโจนิส ส่วนนายวสันต์เป็นเพื่อนที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก ก่อนเกิดเหตุชวนแฟนหนุ่มชาวสวีเดนมาเที่ยวที่บ้านเกิด จ.สระแก้ว โดยมาถึง 2 วันแล้ว กระทั่งวันเกิดเหตุติดต่อนายวสันต์ เพราะต้องการพูดคุยและเจอหน้า เนื่องจากที่ผ่านมาเพียงติดต่อกันทางเฟซบุ๊กเท่านั้น

 เด็กสาวให้การอีกว่า ออกไปพบนายวสันต์ข้างนอก ก่อนที่นายวสันต์จะขี่รถจักรยานยนต์มาส่งที่โรงแรม จากนั้นก็พามาที่ห้องเพื่อแนะนำให้รู้จักกับแฟนหนุ่ม แต่เมื่อมาถึงห้องนายวสันต์ก็รีบเปิดประตูเข้าไปและล็อกไม่ให้ตนตามเข้าไปด้วย ระหว่างนั้นได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทอยู่ประมาณ 5 นาที นายวสันต์เปิดประตูออกมาในสภาพเลือดท่วมตัวแล้ววิ่งออกไปนอนตายหน้าโรงแรม เมื่อเข้าไปดูในห้องพบแฟนหนุ่มชาวสวีเดนยืนตัวสั่นด้วยความตกใจอยู่

 ด้านนายโจนิสให้การว่า เมื่อนายวสันต์เข้ามาในห้องก็พูดจาในลักษณะไม่พอใจทำนองหึงหวงก่อนเข้ามาผลักอก และชกต่อยกัน แต่เพราะตนตัวใหญ่กว่าอีกทั้งมีวิชายูโด ทำให้นักศึกษาไทยสู้ไม่ได้ จึงหยิบมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว ซึ่งซื้อมาจากพัทยาและวางอยู่บนโต๊ะในห้องมาเป็นอาวุธ แต่ตนเข้าต่อสู้แย่งมีดมาได้จึงกระหน่ำแทงเพื่อป้องกันตัว ก่อนที่นายวสันต์จะเปิดประตูวิ่งหนีออกไปเสียชีวิตดังกล่าว

 หลังสอบปากคำแล้วเจ้าหน้าที่นำตัวนายโจนิสไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนควบคุมตัวไว้พร้อมแจ้งสถานทูตสวีเดนมาร่วมสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

เรือระเบิด! กลางแม่น้ำเจ้าพระยา รอด 2 หาย 1



เรือสองตอนนักข่าวมติชน ปทุมธานี เครื่องระเบิดกลางเจ้าพระยา โดดน้ำหนี จมหาย 1 รอด 2



พ.ต.ท.วรุฒ์ ไทยรัฐเทวินทร์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุ มีเรือสองตอน ไฟลุกไหม้กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามโรงงานกระดาษเขตเทศบาลเมืองปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.ชุมพร ปิ่นสุวรรณ สวป.สภ.เมือง ไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเรือดับเพลิงเทศบาลเมืองปทุมธานี พบเรือสองตอน ทำด้วยไฟเบอร์ ติดตั้งวางเครื่องยนต์แบบใช้พวงมาลัยบังคับเรือ เพลิงได้ลุกไหม้จากกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งเมือง ลอยตามน้ำ ไปที่หน้าโรงงานกระดาษ เขตตำบลบ้านกระแชง โดยมีผู้ที่รอดชีวิตทราบชื่อ คือ นายไพศาล ตั้งยะฤทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 41/1-2 ถ.ปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าของร้านศูนย์ติดตั้งแก๊สรถยนต์และเป็นนักข่าวมติชนประจำจังหวัดปทุมธานี และนายวรุต วงษ์สุวรรณ อายุ 30 ปี และผู้สูญหายทราบชื่อ นายนคพล คงสมรวย อายุ 18 ปี ซึ่งทั้งหมดพักอยู่ที่เดียวกัน

จากการสอบสวน นายไพศาล เจ้าของเรือ และเป็นคนขับเรือ ได้ให้การว่า ขณะที่วิ่งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา เครื่องยนต์ได้เกิดดับลง จึงได้ช่วยกันซ่อมเครื่อง ขณะนั้นได้มีน้ำมันเบนซินหกออกจากถังน้ำมัน ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น และได้ช่วยกันดับไฟ แต่ดับไม่ได้ และเครื่องยนต์ได้ระเบิดขึ้น ทำให้ไฟลุกไหม้ จึงตัดสินใจกระโดดลงแม่น้ำ ว่ายขึ้นฝัง แต่นายนคพล ว่ายน้ำไม่แข็ง จึงจมน้ำหายไป และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู 

สุนัขพิทบูลโหด! รุมกัดชาวปทุมธานี จนต้องตัดแขน

เจ้าของ 'พิตบูล' เก็บตัวเงียบ-หมาไม่อยู่ ทนายยื่นมือช่วยเหยื่อโหด



เจ้าของบ้านสุนัขพันธุ์โหด "พิตบูล" รุมขย้ำชาวนาจนแขนขาด ปิดบ้าน-หอบสุนัขหนี ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงผวา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาตรวจสอบ เกรงจะกัดลูกหลานซ้ำรอย...



จากกรณี นายสัมพันธ์ ต้นดี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/6 ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐว่า นายสมนึก ต้นดี อายุ 55 ปี บิดา ถูกสุนัขพันธุ์พิตบูล 4 ตัว ของเพื่อนบ้าน รุมขย้ำกัดทั่วร่างกาย จนแพทย์ต้องตัดแขนทิ้ง และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเจ้าของบ้านที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์โหดอ้างว่าเป็นของคนงาน พร้อมเสนอเงินให้ 1 แสนบาทนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 42/12 ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่ทางผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นบ้านของเสี่ยเจ้าของสุนัขพันธุ์พิตบูลทั้ง 4 ตัว พบว่าหน้าบ้านมีเพียงรถยนต์และรถ จยย.จำนวน 4 คัน จอดอยู่ในโรงรถหน้าบ้าน โดยมีรั้วล้อมรอบขอบชิด ส่วนรั้วด้านหน้าเป็นแบบสแตนเลส เมื่อผู้สื่อข่าวกดกริ่งเรียก ก็ไม่มีผู้ใดออกมาพบแต่อย่างใด จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างก็บอกว่า บ้านหลังดังกล่าวได้เลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว รวมทั้งมีฟาร์มเลี้ยงไก่ อยู่หลังบ้านด้วย ซึ่งทุกวันที่ผ่านมาจะเห็นสุนัขพันธุ์พิตบูล 4-5 ตัว โดยมีตัวเล็ก 2 ตัว และตัวใหญ่อีก 2-3 ตัว แต่เมื่อมีข่าวออกมา ก็ไม่เห็นสุนัขดังกล่าวแล้ว จึงไม่รู้ว่าเจ้าของนำไปหลบซ่อนไว้
ที่ไหนหรือไม่



ด้านชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง กล่าวว่า ในบริเวณพื้นที่ย่าน ม.1-3 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีบรรดาคนชอบเลี้ยงสุนัขพันธุ์พิตบูล ได้นำสุนัขพันธุ์โหดมาเลี้ยงกันหลายบ้าน จึงขอฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่ เข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากทุกคนที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียงต่างหวาดกลัว เกรงว่าถ้าเจ้าของไม่ดูแล หรือไม่มีสถานที่กั้นอย่างดี หมาพันธุ์โหดนี้ก็อาจจะเข้ามาขย้ำกัดลูกหลานชาวบ้านอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพบว่า สุนัขพิตบูลนั้นได้กัดสุนัขและสัตว์เลี้ยง แม้แต่วัว-ควายของชาวบ้านก็ถูกกัดตายมาแล้ว และยิ่งมารู้ข่าวว่ากัดชาวนาผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ ยิ่งทำให้ชาวบ้านหวาดผวาไปตามๆ กัน
ขณะที่บ้านของนายสมนึก ชาวนาผู้เคราะห์ร้าย ได้มีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องที่เพิ่งทราบข่าว ต่างเดินทางมาเยี่ยมเยียน รวมทั้งบรรดาผู้สื่อข่าวจากสถานีต่างๆ ก็มาขอทำข่าวกันจนบ้านดูคับแคบไปถนัดตา ซึ่งนายสมนึกก็ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่เดินทางมาให้กำลังใจว่า ถึงแม้แขนตนจะพิการ แต่ก็ไม่ท้อต่อชีวิตโชคชะตา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่ เพราะในวันเกิดเหตุ หากตนไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสองพ่อลูกป่านนี้คงไม่รอด สำหรับการเรียกร้องกับเจ้าของหมานั้น มีทนายความคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในด้านกฎหมาย เพราะครอบครัวของตนเป็นชาวนา ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายแต่อย่างใด ส่วนบาดแผลนั้นแพทย์ได้นัดให้ไปตรวจในวันที่ 8 ส.ค.นี้



ด้านนายสุริยนต์ สวนกัน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ผู้ช่วยชีวิต เผยนาทีระทึกว่า ในวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังเดินขึ้นบ้าน ก็ได้ยินเสียงสุนัขกรรโชกและคำราม ซึ่งตนจำเสียงได้ว่าต้องเป็นสุนัขพันธุ์พิตบูลของบ้านเสี่ยคนหนึ่งอย่างแนนอน เพราะเจ้าสุนัขทั้งหมดเคยมารุมกัดสุนัขที่บ้านตนตายไป 2 ตัว จากนั้นก็ได้ยินคล้ายเสียงคนร้องให้ช่วย และเพื่อความแน่ใจตนจึงเรียก นายยุทธนะ สวนกัน อายุ 28 ปี ลูกชาย ให้ขึ้นมาช่วยฟังว่าเสียงนั้นดังมาจากทางทิศทางใด เมื่อแน่ใจว่ามีคนร้องขอความช่วยเหลือ ตนกับลูกชายจึงตัดสินใจคว้าเหล็กแป๊บคนละท่อน พร้อมทั้งขับรถ จยย.มาตามทาง และเมื่อไปถึงก็เห็นสุนัขพันธุ์พิตบูล ซึ่งเป็นตัวใหญ่ 2 ตัว และตัวเล็กอีก 1 ตัว กำลังรุมกัดแขน-ขานายสมนึกอย่างโหดเหี้ยม



ขณะนั้น นายสมนึก เหยื่อสุนัขโหด ดูเหมือนกำลังจะหมดแรงและอยู่ในท่านั่ง ตนกับลูกจึงรีบคว้าเหล็กฟาดสุนัขดังกล่าว จนพวกมันยอมปล่อยแล้วล่าถอยวิ่งออกไป จากนั้นตนจึงรีบบอกให้ลูกชายขี่รถ จยย.ไปเอาโทรศัพท์ที่บ้าน โทรเรียกนายปทุม ธรรมรส ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ ให้มาช่วยเหลือ โดยหลังจากที่ลูกชายขี่รถออกไปแล้ว ตนก็คอยประคองร่างนายสมนึกที่กำลังจะหมดสติไว้ พบว่าที่แขนขวามีบาดแผลจากคมเขี้ยวสุนัขสภาพเหวอะหวะ และตามลำตัวมีเลือดไหลโทรม ทันใดนั้น จู่ๆ สุนัขทั้ง 3 ตัว ก็วิ่งย้อนกลับมายืนประจันหน้ากับตน พวกมันพร้อมที่จะวิ่งเข้ามาขย้ำตนกับนายสมนึกอีก แต่โชคดีที่ลูกชายกับชาวบ้านมาสมทบทัน จึงช่วยกันไล่สุนัขทั้งหมดไปได้ในที่สุด.

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

พบงูตาบอดสายพันธุ์ใหม่ รูปร่างสุดประหลาดเหมือนอวัยวะเพศชาย



พบงูตาบอดสายพันธุ์ใหม่  รูปร่างสุดประหลาดเหมือนอวัยวะเพศชาย
Mthainews: นักวิทยาศาสตร์ค้นพบงูตาบอดสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า atretochoana eiselti ในแม่น้ำรอนโดเนีย ประเทศบราซิล โดยมันมีรูปร่างคล้ายคลึงกับอวัยเพศชาย ซึ่งสัตว์แปลกชนิดนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งในด้านลักษณะทางกายภาพของมัน และมีความยาวของลำตัวถึง1 เมตร
นักชีววิทยาเชื่อว่า สายพันธุ์ของมันใกล้เคียงกับซาลาแมนเดอร์ และกบ แต่รูปร่างทาง การเคลื่อนไหวเหมือนงู และมีระบบหายใจทางผิวหนัง กินสัตว์ตัวเล็กๆเป็นอาหาร เช่น ปลา หนอน แต่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษา และนับว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญ



วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แห่ไปดู “ต้นหมาก“ แตกกิ่งคล้ายพญานาค


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม หลังจากมีชาวบ้านร่ำลือว่ามีต้นหมากแตกกิ่งออกมามีรูปร่างคล้ายพญานาค ที่บ้านของนางบรรดา เลิศนภาสถาพร อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 2 บ้านด่านเก่า ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันแห่ไปดูและขอโชคลาภตามความเชื่อ 

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบบ้านหลังดังกล่าว มีต้นหมากที่ปลูกไว้บริเวณหน้าบ้าน แตกออกมาเป็น 3 ต้น ความสูงประมาณ 3 เมตร บริเวณโคนต้นห่างจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร มีกิ่งใบแตกยอดออกมา แต่มีลักษณะผิดธรรมชาติ มีรูปร่างคล้ายหัวและหงอนพญานาค 2 ยอด ทำให้เจ้าของบ้านและชาวบ้านที่พบเห็น นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้บูชารับโชค ตามความเชื่อของชาวอีสาน

จากการสอบถามนางบรรดา เจ้าของบ้านเล่าว่า ต้นหมากดังกล่าวตนปลูกไว้ มีอายุประมาณ 3 ปี ไม่เคยมีกิ่งแตกออกมาผิดธรรมชาติ จนกระทั่ง 2-3 วันที่ผ่านมา สังเกตเห็นว่ามียอดแตกออกมา แต่รูปร่างคล้ายพญานาค เรียกเพื่อนบ้านมาดู จนพากันแตกตื่น เพราะมีรูปร่างคล้ายหัวพญานาคมาก จึงพากันนำเครื่องมากราบไหว้บูชาตามความเชื่อชาวอีสาน เชื่อว่าเป็นอิทธิฤทธิ์พญานาค ที่มาปรากฏให้เห็นในช่วงใกล้เข้าพรรษาและมาให้โชคลาภ

ชาวบ้านแตกตื่นลูกหมูประหลาดตาเดียว มีงวงเหมือนช้างคล้ายพระพิฆเนศ




ชาวบ้านแตกตื่นลูกหมูประหลาดตาเดียว มีงวงเหมือนช้างคล้ายพระพิฆเนศ ต่างนำธูปเทียนมากราบไหว้ขอโชคและเลขเด็ด เชื่อเป็นเรื่องโชคดีทำให้หมู่บ้านร่มเย็นเป็นสุข...

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 60/3 บ้านเขาพนม หมู่ 8 ต.ป่าร่อน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายดุรงค์ สุขแสน อายุ 40 ปี เพื่อไปดูและกราบไหว้ขอโชคลูกหมูประหลาดที่มีงวงเหมือนช้าง โดยนายดุรงค์ กล่าวว่า ลูกหมูตัวดังกล่าวเป็นพันธุ์พื้นบ้าน เกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยแม่หมูได้คลอดลูกออกมาทั้งหมด 10 ตัว และ 1 ในนั้นมีลักษณะที่ผิดแปลกจากลูกหมูตัวอื่นโดยมีงวงงอกออกมาคล้ายกับงวงช้าง และมีตาเดียว โดยหลังจากเกิดออกมาได้ 1 วัน ลูกหมูตัวดังกล่าวก็ได้ตายไป จึงนำมาแช่น้ำแข็งเพื่อไม่ให้เน่า และต่อมาเมื่อชาวบ้านทราบข่าวจึงแห่กันมาดูและขอเลขเด็ด

สำหรับ ซากลูกหมูประหลาดดังกล่าวเป็นเพศเมีย ลำตัวเป็นสีเทา ขาทั้ง 4 ข้างสีขาว ดวงตามี 1 ดวงเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากลูกหมูคอกเดียวกัน นอกจากนั้น บริเวณเหนือปากไม่มีรูจมูก มีงวงคล้ายงวงช้างงอกขึ้นกลางหน้าผากและมีรูที่งวงคล้ายรูจมูก โดยชาวบ้านหลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าลูกหมูมีลักษณะคล้ายกับพระพิฆเนศ จึงได้นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไว้บูชาเพื่อขอโชคลาภ

ขณะที่นายอะภร เพชรรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านเขาพนม กล่าวว่า ลูกหมูดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับพระพิฆเนศ ซึ่งเกิดขึ้นในหมู่บ้านถือเป็นเรื่องโชคดี แต่ไม่อยากให้ชาวบ้านงมงายจนเกินไป โดยให้คิดว่าเขามาให้โชค มาปกปักษ์รักษาหมู่บ้านให้ร่มเย็นเป็นสุขก็เพียงพอแล้ว ส่วนใครจะขออะไรเป็นเรื่องความเชื่อของแต่ละคน.

Ads

Ads