วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ผีโพง
ผีโพง
ลักษณะ : เป็นคนที่โดนผีโพงเข้าสิง และจะเข้าสิงร่างนั้นตลอด คนที่โดนผีโพงสิงมักจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองโดนสิง ผีโพงนั้นจะมีรูปร่างเหมือนคนทุกประการ แต่มีแสงไฟออกจากจมูก จะมีอยู่สามสี คือ สีแดง สีม่วง และสีเขียว
อาหาร : ผีโพงจะชอบกินเมือกกบ เมือกเขียด แล้วก็คลายทิ้ง กบ เขียดนั้นก็จะตาย
เรื่องเล่า : คนในสมัยก่อนเล่าต่อๆกันมาว่า ก่อนออกไปหากิน ผีโพงจะเอาจมูกไปเสียดสีกับบันไดบ้านให้แดงก่อนออกไปหากิน พอใกล้สว่างก็จะกลับมาที่บ้านเหมือนเดิม คนที่มีคาถาอาคมสมัยก่อน ถ้าสงสัยว่าใครเป็นผีโพง ก็จะร่ายคาถา แล้วกลับบันไดบ้านของผีโพง เมื่อผีโพงกลับมาที่บ้าน ก็เห็นว่าบ้านเป็นของตนเอง แต่บันไดไม่ใช่ มันก็เดินวนเวียนอยู่หน้าบ้าน เข้าบ้านไม่ได้ จนรุ่งเช้า มีคนมาพบเห็นเข้าก็จะรู้ว่าคนๆนั้นเป็นผีโพง คนที่เป็นผีโพงก็จะอับอาย หรืออาจหลบหนี้ไปอยู่ที่อื่น แต่ถ้าผีโพงรู้ว่าใครแกล้งมัน มันก็จะอาฆาตแค้นเมื่อคนที่ร้ายมัน พลังอ่อนลง มันก็จะกลับมาแก้แค้น โดยเอาก้านกล้วยแม่หม้ายพุ่งข้ามหลังคา
ผีโพง จะเป็นตอนกลางคืน ช่วงที่ชาวบ้านพบเห็นบ่อย จะอยู่ในช่วงฤดูฝน ช่วงตอนฝนตก มักจะเห็นแสงสว่างสีแดง ม่วง เขียว ที่จะสว่างแถวกลางทุ่งนาแล้วดับ แล้วก็ไปสว่างแล้วดับอีก ไปเรื่อยๆ บางก็เล่าว่าจะมีแสงไฟตกจากจมูก เหมือนหยดน้ำด้วย ถ้ามีคนตามรอยผีโพงไป ก็จะเจอกับ กบ เขียด ที่จะนอนตายตัวแข็งตามท้องนา ถ้าหากว่าคนไปเจอกับผีโพงเข้า แล้วเห็นว่าผีโพงนั้นเป็นใคร ผีโพงมักจะบอกว่า “มันเป็นวิบากกรรมของมัน ที่ต้องมาชดใช้กรรมแบบนี้” และอ้อนวอนอย่าให้บอกใคร ผีโพงก็จะเสก ใบไม้ ก้อนหิน ก้อนอิฐ หรือถ่านมี่ (ถ่านมี่ คือถ่านสีดำ ที่ใช้ก่อกองไฟในครัว) ให้กล้ายเป็นทองคำ แล้วเอาจ้างคนที่พบเห็น เพื่อที่จะไม่ให้บอกใคร ถ้าไม่รับปาก หรือไม่รับทองคำนั้นมา ผีโพงก็จะทำร้าย หรือทำให้เรากลายเป็นผีโพงเหมือนมัน หรือใต้ถุนบ้าน ทำให้คนที่อยู่ในบ้านเจ็บป่วย หรือตายหมดทั้งบ้าน
เมื่อรับทองคำนั้นมาแล้ว ตอนเช้าทองคำนั้นก็จะกลายเป็นใบไม้ ก้อนหิน ก้อนอิฐ หรือถ่านมี่ เหมือนเดิม คนที่พบเห็นจะต้องเก็บนี้เป็นความลับ แต่ถ้าจะบอกกับผู้อื่นก็ห้ามพูดชื่อ ว่าใครเป็นผีโพง ถ้าเกิดพูดชื่อออกไป ผีโพงจะมีญาณรับรู้ได้ทันทีว่าเราเอาความลับของมันไปบอกคนอื่น มันก็จะตามมาทำร้ายเราที่บ้าน โดยใช้ ก้านกล้วยแม่หม้าย (ก้านกล้วยแม่หม้าย คือก้านกล้วยที่เอาใบตองออกแล้ว เหลือใบตองส่วนปลายไว้นิดหน่อย) พุ่งข้ามหลังคา หรือใต้ถุนบ้าน
ฉะนั้นในคนสมัยก่อนมักจะบอกให้เราฟันก้านกล้วย ออกสอง 2 ท่อน หรือหลายๆท่อน เพื่อที่จะไม่ให้ผีโพงนั้นนำไปใช้ได้อีก
ชาวบ้านพบเห็นผีโพงครั้งสุดท้ายในช่วงปี พ.ศ. 2514 หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นอีก
แหล่งข้อมูลจาก ชาวบ้านตำบนแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
ผีโพง เป็นผีประเภทเดียวกับผีกระสือ เป็นผีพื้นบ้านทางภาคเหนือ ผีโพงเกิดจากว่านชนิดหนึ่ง เรียกว่าว่านผีโพง ซึ่งมีสีขาว รสฉุนร้อน เมื่อแก่จะมีธาตุปรอทลงกิน ทำให้เกิดแสงส่องสว่างแบบแมงคาเรือง
เมื่อจะออกหากิน ผีโพงจะออกไปในรูปลักษณ์รูปร่างหน้าตาเหมือนกับเจ้าของว่าน ไม่ได้ถอดหัวกับไส้เหมือนกระสือ มาในรูปร่างกายมนุษย์ทุกอย่าง แต่จะมีดวงไฟเล็กๆ สว่างเรืองๆ อยู่ที่ปลายจมูก และหยดลงเป็นหยดๆ เหมือนหยดน้ำ ฝีโพงจะออกหากินตามหนองน้ำ หรือทุ่งนาหลังฝนตก อาหารของผีโพงคือกบ และเขียด ซึ่งผีโพงจะกินด้วยการจับมาดูดเอาเมือกกินทีละตัวๆ
โดยปกติ ผีโพงจะกลัวคน และหลบหน้าคน ไม่ยอมให้ใครมาเห็น หรือจำได้ว่าตนเป็นใคร หากมีคนบังเอิญมาพบ คนผู้นั้นไม่ได้ทำอันตราย หรือวิ่งหนีไป ผีชนิดนี้จะเข้ามาเจรจา บ้างก็เสกก้อนหินเป็นเหรียญ เสกใบไม้เป็นธนบัตร แล้วเอามาให้คนๆนั้น แล้วบอกว่าอย่าบอกให้ใครรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่กลับไปบ้านของพวกนั้นจะกลายเป็นสภาพตามเดิม แต่ถ้าหากใครทำให้เจ็บใจ หรือนำเรื่องไปบอกชาวบ้านว่าตนเป็นใคร ผีโพงจะเอาคานของแม่ม่ายพุ่งข้ามหลังคาบ้าน แล้วในทีสุด คนคนนั้นก็จะพบกับความพินาศวอดวาย หรือไม่งั้น ก็จะนำเอาก้านกล้วยที่ถูกตัดเอาใบออกไปหมดแล้ว พุ่งข้ามหลังคาบ้าน คนภาคเหนือสมัยก่อนเมื่อตัดใบกล้วยนำไปใช้แล้วจึงมักจะสับก้านกล้วยให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปทิ้ง หรือไม่งั้นก็จะถ่มน้ำลาย ใส่ในหม้อน้ำดื่ม บ้านคนที่เห็นหน้าตนและนำไปบอกคนอื่น หรือทำร้ายตนเอง เพื่อให้บุคคลผู้นั้นกลายเป็นพีโพงต่อไป
หากมีคนทราบว่าตนเป็นใคร จะอยู่ได้ไม่เกินสามวัน จะมีตุ่มน้ำหนองพุพองทั่วร่างกาย แล้วสิ้นใจไปที่สุด
ผีโพง ชอบกินของสดของคาว เช่น คาวจากปลาสด แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ คาวจากเขียด ผีโพงจะอยู่ในเรือนของคนที่เป็นร่างสื่อ เมื่อจะออกหากินจะเข้าสิงคนที่เป็นร่างสื่อแล้วบังคับให้ออกหากิน ส่วนมากจะออกหากินในเวลากลางคืน มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า หากอยากรู้ว่าผู้ใดเป็นร่างสื่อของผีโพง ให้สังเกตดูที่ปลายจมูกของบุคคลนั้น ถ้ามองดูห่างๆ จะเห็นเป็นสีแดงมากกว่าคนทั่วไป ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นมีเส้นเลือดแดงขวักไขว่ ถ้าร่างสื่อเป็นหญิงนอกจากปลายจมูกจะแดงแล้ว ปลายผมยังแห้งงออีกด้วย
ถ้าวัดมีงาน ผู้ดูแลหอศาลจะเป็นคนนำพานข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียนไปบอกกล่าวให้ผีเสื้อวัดได้รับรู้ เพื่อขอให้ช่วยดูแลงานให้เรียบร้อย ไม่ให้เกิดเรื่องร้าย หรืออย่าให้มีอุปสรรคใดๆ ระหว่างที่วัดมีงาน เช่น งานปอยหลวง (งานฉลอง) จะกี่วันก็ตาม ผู้ดูแลจะเป็นผู้จัดสำรับอาหารคาวหวานจากวัดไปถวายโดยตั้งไว้บนหอศาลทุกวัน
ผีโพงจะออกหากินในเวลากลางคืน ถ้าเป็นฤดูฝนโอกาสดีจะออกหากินบ่อย ส่วนมากจะเป็นคืนข้างแรมหรือคืนเดือนมืด เวลาประมาณหลังเที่ยงคืนไปแล้ว เมื่อชาวบ้าน และคนในครอบครัวนอนหลับกันหมดแล้ว ผีโพงจะเข้าสิงร่างสื่อแล้วบังคับให้ลงจากเรือน โดยคนที่เป็นร่างสื่อจะรู้สึกตัวบ้าง ไม่รู้สึกตัวบ้าง เมื่อลงไปข้างล่างจะเอาจมูกถูกับเสาเรือนเพื่อให้เกิดพลังแสงก่อนแล้วจึงเดินออกไปกลางทุ่งนา ที่ปลายจมูกจะมีแสงสีแดงลักษณะคล้ายไฟน้ำตกสาดแสงออกมาเพื่อส่องหาเขียด เมื่อพบเขียดจะจับขึ้นมาจูบกินคาว เมื่อคาวหมดก็จะทิ้งไปแล้วหาตัวใหม่ต่อ จับไปจูบไปจนกว่าจะอิ่ม ใช้เวลาคืนหนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าคืนไหนไม่มีสิ่งรบกวนจะใช้เวลาหากิน 2-3 ชั่วโมง แล้วจึงกลับขึ้นเรือนและเข้านอน โดยคนที่เป็นร่างสื่อจะรู้สึกเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายฝันไป มีคนเล่าว่าเวลาเช้ามืดถ้าออกไปสำรวจดูบริเวณที่เราเห็นแสงของผีโพงในคืนที่ผ่านมา จะเห็นเขียดนอนตายตามคันนาเป็นระยะๆ ในลักษณะตัวเหยียดยาว
คนที่มีเรือนใกล้กับเรือนของคนที่เป็นผีโพงเล่าให้ฟังว่า ได้เคยแอบดูพฤติกรรมของคนที่เป็นผีโพงมาโดยตลอด จึงได้ทดลองวิธีการแกล้งผีโพงตามที่คนโบราณบอกไว้ว่า คืนไหนที่มีฝนตกปรอยๆ เขาจะแอบดูตั้งแต่คนที่เป็นร่างสื่อลงจากเรือนไปที่ทุ่งนา เขาจึงไปยกบันไดเรือนของคนที่เป็นผีโพง กลับเอาข้างล่างขึ้นข้างบน หรือสับเปลี่ยนบันไดกับเรือนอื่นที่อยู่ใกล้กัน (การยกบันไดสมัยโบราณไม่ยาก เพราะบันไดทำด้วยไม้ไผ่ และมีขั้นบันได้ 3-5 ขั้นเท่านั้น จึงมีน้ำหนักเบา ยกย้ายได้ง่าย) เมื่อผีโพงกลับจากการหากินจะขึ้นเรือนไม่ได้ เพราะเห็นว่าตัวเรือนเป็นของร่างสื่อแต่บันไดไม่ใช่ เมื่อตามไปดูบันไดเรือนที่อยู่ใกล้กัน เห็นว่าบันไดใช่ แต่ตัวเรือนไม่ใช่ ร่างสื่อของผีโพงจึงไม่กล้าขึ้นเรือน จะอยู่ใต้ถุนเรือนรอจนถึงเช้า เมื่อสว่างแล้วจึงทำทีถือไม้กวาด กวาดตามลานบ้าน เพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้คนในครอบครัวรู้ แต่การแกล้งผีโพงต้องระวังตัวให้ดี เพราะผีโพงจะอาฆาตจองเวร
ครอบครัวใดที่มีสมาชิกในครัวเรือนเป็นผีโพง คนในครอบครัวเดียวกันจะไม่ค่อยรู้ เล่ากันว่าก่อนที่ผีโพงออกหากิน จะสะกดจิตทุกคนในครอบครัวให้หลับเป็นตาย (หลับสนิท) จนกว่าผีโพงจะกลับเรือน คนที่รู้เห็นจึงเป็นคนนอกครอบครัวนั้น
ในระหว่างที่ผีโพงกำลังออกหากินเขียด ถ้ามีใครที่ไปหาปลาพบเห็นเข้า ท่านห้ามเข้าไปใกล้ หรือถ้าเห็นหน้าและรู้จักคนที่เป็นร่างสื่อของผีโพง ก็อย่าได้ทักหรือเรียกชื่อเขา ให้หลีกไปเสีย เพราะอาจจะถูกผีโพงทำร้ายเอาได้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า มีคนหาปลาไปพบผีโพงในระยะใกล้จนเห็นหน้าและรู้ว่าเป็นใคร ผีโพงนั้นได้เข้ามาขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร โดยขอร้องอย่าได้บอกให้คนอื่นรู้ว่าเขาเป็นผีโพง พร้อมกับควักสิ่งของที่ติดตัวไป เช่น แหวน เป็นต้น ให้แก่คนที่ไปพบ เพื่อเป็นค่าจ้างไม่ให้ไปบอกคนอื่น
ถ้าใครทำให้ผีโพงโกรธ เพราะรู้ความลับของเขาแล้วไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง หรือเข้าไปทักชื่อของร่างสื่อที่กำลังออกหากิน ผีจะอาฆาตและจองเวร โดยผีโพงจะใช้ก้านของใบกล้วย ที่มีคนฉีกเอาใบออกแล้วทิ้งก้านไว้ตามสวน พุ่งข้ามหลังคาเรือนของคนที่ผีโพงโกรธ หลังจากนั้นไม่นานคนนั้นจะมีอาการเหงาซึม ร่างกายซูบผอม และตายในที่สุด ด้วยเหตุนี้คนแต่ก่อน หรือแม้แต่คนในปัจจุบันตามชนบท เมื่อฉีกใบกล้วยออกจากก้านแล้ว จึงตัดให้เป็นท่อนๆ ก่อนจะทิ้ง จะไม่ทิ้งไว้ทั้งก้านอย่างนั้น เพราะกลัวว่าผีโพงจะนำไปใช้พุ่งข้ามหลังคาเรือน บางท้องถิ่นเชื่อว่าถ้าผีโพงโกรธใคร จะใช้ไม้คานพุ่งข้ามหลังคาเรือน คนที่เป็นศัตรูของผีโพงที่อยู่ในเรือนนั้น จะไม่สบายและสุดท้ายก็จะตาย
วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555
แห่ตีเลข! ลูกหมูประหลาดหัวคล้ายช้างที่เชียงราย
ชาวบ้านพากันไปดูลูกหมูประหลาดหัวเหมือนช้างใน จ.เชียงราย พร้อมทั้งขอเลขเด็ด เชื่อให้โชคลาภ
วันนี้ (13 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 49 บ้านต้นม่วง ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นบ้านของนายเฉลิม และนางบัวจันทร์ อารมดี พบซากลูกหมูประหลาดที่มีหัวลักษณะเหมือนช้าง โดยมีงวงและมีช่องดูดน้ำที่บริเวณปลายงวงคล้ายกับช้าง
โดยนายเฉลิม เจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ ไว้จำนวน 3 ตัว ต่อมาเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา หมูแม่พันธุ์ตกลูกออกมาครอกละ 10-12 ตัว ปรากฏว่ามีแม่หมูตัวหนึ่งตกลูกออกมามีลักษณะเหมือนช้าง แต่มีอายุอยู่ได้เพียง 1 วัน ก็ตาย ตนจึงนำไปใส่ขวดโหล พร้อมนำดอกไม้และธูปเทียนบูชา เพราะเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลและจะให้โชคลาภแก่ครอบครัว
ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางไปดูเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งจุดธูปเทียนบูชาอธิษฐานขอเลขเด็ดกันอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะบ้านเลขที่ และจำนวนลูกหมูทั้งครอก รวมทั้งวันเกิดของลูกหมูประหลาดด้วย
วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555
หวยเด็ด เลขเด็ด หลวงพ่อปากแดง 1 ก.ย. 55
กลับมาแล้วชาวสมาคมคนดวงเฮง หวยเด็ด เลขเด็ดหลวงพ่อปากแดงงวดนี้ งวดวันที่ 1กันยายน2555 เลขเด็ดงวดนี้ม้าสีหมอก เจ้าแม่ตะเคียนทอง ทำนายฝัน เลขเด็ด เลขเด็ดอาจารย์ดัง ข่าวเลขเด็ด ตรวจหวย
หวยเด็ดหลวงพ่อปากแดง 1 กันยายน 2555 งวดที่แล้วชาวสมาคมคงได้เฮยกสมาคมกันครับ กับเลขเด็ดของทางเว็บ งวดนี้เผลอแปปเดียวก็ใกล้จะถึงปลายปีอีกแล้วรวดเร็วจริงๆ
ช่วงนี้อยู่ในช่วงเข้าพรรษาอยากให้แฟนๆชาวสมาคมคนดวงเฮง หมั่นทำบุญ ทำนุบำรุงศาสนากันนะครับ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเราเองหากใครมีโชคกับเลขเด็ด ก็แบ่งไปทำบุญด้วยครับ การทำบุญไม่จำเป็นต้องทำที่วัดเสมอไปครับ ทำได้ทุกโอกาส และอย่าลืมทำบุญกับ "พระในบ้าน" ด้วยครับ จะเป็นมหามงคลกับชีวิตเราอย่างยิ่ง
หวยเด็ดหลวงพ่อปากแดง 1 กันยายน 2555 งวดที่แล้วชาวสมาคมคงได้เฮยกสมาคมกันครับ กับเลขเด็ดของทางเว็บ งวดนี้เผลอแปปเดียวก็ใกล้จะถึงปลายปีอีกแล้วรวดเร็วจริงๆ
ช่วงนี้อยู่ในช่วงเข้าพรรษาอยากให้แฟนๆชาวสมาคมคนดวงเฮง หมั่นทำบุญ ทำนุบำรุงศาสนากันนะครับ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเราเองหากใครมีโชคกับเลขเด็ด ก็แบ่งไปทำบุญด้วยครับ การทำบุญไม่จำเป็นต้องทำที่วัดเสมอไปครับ ทำได้ทุกโอกาส และอย่าลืมทำบุญกับ "พระในบ้าน" ด้วยครับ จะเป็นมหามงคลกับชีวิตเราอย่างยิ่ง
หวยเด็ดงวดนี้
หวยเด็ด เลขดังจากหน้าหนังสือพิมพ์ เลขดังตามกระแส
หวยงวดนี้ 1กันยายน 2555 ให้
ชุดเลขเด็ด หวยเด็ดบน (น้อยชุด)
854 542 426 315 305
42 43 44 45 49
หวยเด็ด เลขเด็ดงวดนี้ 1กันยายน 55
เลขวิ่ง 4,5
สถิติความแม่น
หวยเด็ด เลขดังจากหน้าหนังสือพิมพ์ เลขดังตามกระแส
หวยงวดนี้ 1กันยายน 2555 ให้
ชุดเลขเด็ด หวยเด็ดบน (น้อยชุด)
854 542 426 315 305
42 43 44 45 49
หวยเด็ด เลขเด็ดงวดนี้ 1กันยายน 55
เลขวิ่ง 4,5
สถิติความแม่น
วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555
เต่าเต้นใบ้หวย ให้เลขเด็ดถูกทั้งหมู่บ้าน 2 งวดติด
ชาวบ้านชัยภูมิแห่ไปดูเต่าเต้นใบหวย เอาไปตีเลขเด็ดถูกทั้งหมู่บ้านติดต่อกัน 2 งวด ถ้าใครมาขอหวยเต่าไม่โผล่หัวแสดงว่าไม่มีโชค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ส.ค.)ที่บ้านของนางยุพารัตน์ ปาเป้า อายุ 37 ปี เลขที่ 168 หมู่ 5 บ้านโนนตาล ต.บ้านเขว้า อ.เขว้า จ.ชัยภูมิ พบเต่ามีนิสัยชอบเต้น โดยนางยุพารัตน์ กล่าวว่า ตนป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หลังแพทย์ให้กับมารักษาตัวที่บ้านเมื่อ 2 เดือนก่อน ก็คิดว่าจะซื้อเต่ามาปล่อยเพื่อทำบุญ ขณะนำเต่าไปปล่อยพร้อมกองผ้าป่าซึ่งมีขบวนรำวง เต่าตัวนี้ได้โผล่หัวออกมาชูแขนขาและหางจนสุดตัว ถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะปรกติเต่าเมื่ออยู่ในมือคนจะหดหัวอยู่แต่ในกระดอง ไม่ยอมโผล่หัวออกมาเด็ดขาดตามสัญชาติญาณสัตว์ที่ต้องหลบภัย
“แต่ก็มีชาวบ้านหลายคนที่มาร่วมแห่กองผ้าป่าไปวัด บอกว่าน่าจะเป็นเต่าเจ้ามาให้โชค และขอให้เก็บเลี้ยงเต่าตัวนี้ไว้ที่บ้านเพื่อขอโชคลาภต่อที่บ้านจะดีกว่า และนำไปตีเป็นเลขเด็ดขอหวยถูกกันจำนวนมากทั้งหมู่บ้าน มาแล้วต่อติดกันถึง 2 งวด และหากชาวบ้านคนไหนมาขอหวยแล้วเต่าออกมาเต้นก็แสดงว่าจะถูกหวย หากคนไหนเต่าไม่โผล่หัวออกมาก็ห้ามซื้่อเด็ดขาด” นางยุพารัตน์ กล่าว
Ads
Ads








